ธุรกิจการเงินนักฟุตบอลโลก

ฟุตบอลเป็นธุระกิจกีฬาอาชีพที่ได้รับความนิยมอยีทุกทวีปทั่วโลก จนกระทั่งกลายเป็นธุระกิจกีฬาที่สร้างรายได้ทางเศรษกิจเข้าสู่ประเทศที่เป็นเจ้าของลีกจากลิขสิทธ์ถ่ายทอดการแข่งขัน ค่าเสื้อผ้าของที่ระลึก และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ฯลฯ ได้อย่างมหาศาส โดยทางบริษัท DELOITTE ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจกีฬาระดับโลกได้รายงานว่าในปี 2017-2018 รายได้ของ 20 ทีมชั้นนำที่เล่นอยู่ในลีกฟุตบอลของยุโรป

อย่างเช่น premier league ของประเทศอังกฤษ จะมีรายได้รวมกันประมาณ 5,100 ล้านปอนด์ (229,500 ล้านบาท) ใน Bundesliga ของประเทศเยอรมันนี จะมีรายได้รวมกัน 3,200 ล้านปอนด์ (144,000 ล้านบาท) ใน la liga ของประเทศสเปน จะมีรายได้รวมกัน 3,000 ล้านปอนด์ (135,000 ล้านบาท) สำหรับมในลีกของฝรั่งเศษและอิตาลีจะมีรายได้ใกล้เคียงกันประมาณ 2,000 ล้านปอนด์ (90,000ล้านบาท) ซึ่งลีกในยุโรปได้รับความสำเร็จเพราะก่อตั้งมาอย่างยาวนานและมีแฟนครับอยู่ทั่วโลก

แต่ลีกฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา MAJORIEAGUE SOCER (mls) ก็เริ่มเติบโตและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เริ่มก่อตั้งลีกในปี 1996 หรือเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาวิธีรการวางแผนธุระกิจกีฬาและแผนการตาดที่แตงต่างจากลีกในประเทศยุโรปอย่างไร เพราะบริษัท mls เป็นเจ้าของทีมทั้งหมดในลีกและนักฟุตบอลต้องเซ็นสัญญากับลีกเท่านั้น ในการบริหารสโมสรต่างๆ ลีกจะเปิดขายแบบระบบแฟรนไชส์ (franchise) ให้แก่นักลงทุนที่สนใจ ปัจจุบัน 2 ฝั่งของประเทศคือ โซนตะวันตก ( western confence) และโซนตะวันออก (EASTERN CONFERENCE) ฝั่งละ 11 ทีม และกำลงัจะเพิ่มเป็น 24 ทีมในปี 2020

โดยมีทีมน้องใหม่ที่กำลังถูกจับตามองจากสื่อมวลชนและแฟนคลับเพราะผู้ลงทุนคือเดวิด เบลคแฮม อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษและแอลเอ กาแล็กซี่ โดยเมืองที่จะทำการก่อสร้างสโมสร และสนามแข่งขันคือเมืองไมอามีรัฐฟลอริดา ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 5,500,000 คน เป็นชาวอเมริกันเชื่อสายลาตินอเมริกันอาศัยอยู่หลายล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจาก คิวบาและเปอร์โตริโก ฯลฯ